ในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตได้พัฒนาเติบโตอย่างรวดเร็ว และได้ก้าวมา
เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ ที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอน การฝึกอบรม รวมทั้งการถ่ายทอดความรู้
โดยพัฒนา CAI เดิมๆ ให้เป็น WBI (Web Based Instruction) หรือการเรียนการสอนผ่านบริการเว็บเพจ
ส่งผลให้ข้อมูลในรูปแบบ WBI สามารถเผยแพร่ได้รวดเร็ว และกว้างไกลกว่าสื่อ CAI ปกติ ทั้งนี้ก็มาจาก
ประเด็นสำคัญอีก 2 ประการ
1.1 ประหยัดเงินที่ต้องลงทุนในการจัดหาซอฟต์แวร์สร้างสื่อ (Authoring Tools) ไม่
จำเป็นต้องซื้อโปรแกรมราคาแพงๆ มาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสื่อการเรียนการสอน เพราะสามารถใช้
NotePad ที่มาพร้อมกับ Microsoft Windows ทุกรุ่น หรือ Text Editor ใดๆ เช่น โปรแกรมEditPlus โดย
พิมพ์เป็นรหัสภาษา HTML (HyperText Markup Language) ทำให้สามารถแสดงผลผ่านโปรแกรมค้นดู
(Browser) ทางเครื่องผู้ใช้ได้
1.2 คุณสมบัติของเอกสาร HTML ที่สามารถนำเสนอข้อมูล ได้ทั้งข้อความ ภาพ เคลื่อนไหว
ภาพนิ่งเสียง วีดิโอ และสามารถสร้างจุดเชื่อมโยงไปตำแหน่งต่างๆ ได้ตามความต้องการของผู้พัฒนา
ด้วยเหตุผล 2 ประการดังกล่าวทำให้การพัฒนาสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ WBI จึ่งได้รับ
ความนิยมอย่างสูง และได้รับการพัฒนาปรับปรุงรูปแบบมาเป็นสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ e-Learning
(Electronics Learning) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน
สื่อการเรียนการสอนในรูปแบบ e-Learning สามารถกล่าวได้ว่าเป็นรูปแบบที่พัฒนาต่อเนื่องมาจาก
WBI โดยมีจุดเริ่มต้นจากแผนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (The National Educational
Technology Plan,1996) ของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการพัฒนารูปแบบการเรียนของนักเรียน
ให้เข้ากับศตวรรษที่ 21 การพัฒนาระบบการเรียนรู้จึงมีการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาช่วยเสริมอย่างเป็น
จริงเป็นจัง ดังนั้นสามารถกล่าวได้ว่า e-Learning คือ การนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะบริการด้าน
เว็บเพจเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน การถ่ายทอดความรู้ และการอบรม
2. ความหมายของ e-Learning
ความหมายของ e-Learning ก็ยังไม่สามารถสรุปแน่ชัดลงไปได้ โดยมีผู้ให้ความหมายแตกต่าง
กันออกไป ดังนี้
2.1 ดร.ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ให้คำจำกัด
ความไว้ 2 ลักษณะ คือ
2.1.1 ลักษณะแรก e-Learningหมายถึง การเรียนเนื้อหาหรือสารสนเทศสำหรับการสอน
หรือการอบรม ซึ่งใช้การนำเสนอด้วยตัวอักษร ภาพนิ่ง ผสมผสานกับการใช้ภาพเคลื่อนไหว วีดิทัศน์และเสียง
โดยอาศัยเทคโนโลยีของเว็บ (Web Technology) ในการถ่ายทอดเนื้อหา รวมทั้งใช้เทคโนโลยีการจัดการคอร์ส
(Course Management System) ในการบริหารจัดการงานสอนต่างๆ
2.1.2 ลักษณะที่สอง e-Learning คือ การเรียนในลักษณะใดก็ได้ ซึ่งใช้การถ่ายทอด
เนื้อหาผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ เครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซทราเน็ต
หรือสัญญาณโทรทัศน์ สัญญาณดาวเทียม
โดย องอาจ ชาญเชาว์ สพท.กทม.2
7
2.2 สุรสิทธิ์ วรรณไกรโรจน์ ผู้อำนวยการโครงการการเรียนรู้แบบออนไลน์แห่ง สวทช.
(http://www.thai2learn.com/) ได้ให้คำจำกัดความของ e-Learning ดังนี้ “การเรียนรู้แบบออนไลน์ หรือ
e-learning การศึกษา เรียนรู้ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อินเทอร์เน็ต (Internet) หรืออินทราเน็ต (Intranet)
เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ผู้เรียนจะได้เรียนตามความสามารถและความสนใจของตน โดยเนื้อหาของบทเรียน
ซึ่งประกอบด้วย ข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอและมัลติมีเดียอื่นๆ จะถูกส่งไปยังผู้เรียนผ่าน Web Browser
โดยผู้เรียน ผู้สอน และเพื่อนร่วมชั้นเรียนทุกคน สามารถติดต่อ ปรึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันได้
เช่นเดียวกับการเรียนในชั้นเรียนปกติ โดยอาศัยเครื่องมือการติดต่อ สื่อสารที่ทันสมัย(e-mail, web-board,
chat) จึงเป็นการเรียนสำหรับทุกคน เรียนได้ทุกเวลา และทุกสถานที่ (Learn for all : anyone, anywhere and
anytime)"
2.3 เว็บไซต์ http://www.capella.edu/elearning ได้ให้ความหมายว่า "นวัตกรรมทางการ
ศึกษาที่เปลี่ยนแปลงวิธีเรียนที่เป็นอยู่เดิมเป็นการเรียนที่ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เช่น อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต
เอ็กซ์ทราเน็ต ดาวเทียม วีดิโอเทป แผ่นซีดี ฯลฯ ดังนั้นจึงหมายรวมถึงการเรียนทางไกล การเรียนผ่านเว็บ
ห้องเรียนเสมือนจริง ซึ่งมีจุดเชื่อมโยงคือ เทคโนโลยีการสื่อสารเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้"
3. ความสำคัญ ของ e – Learning
3.1 การเรียนในระบบ e-Learning สามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนทรัพยากรบุคคลได้
เนื่องจากผู้สอนเพียงคนเดียวสามารถสอนผู้เรียนนับเป็นร้อยหรือเป็นพันได้ เนื่องจากเหตุผลดังนี้
3.1.1 e-Learning มีการประมวลผลได้เองทำให้ไม่จำเป็นต้องตรวจข้อสอบเอง ผู้สอน
ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาตรวจแบบทดสอบของผู้เรียน
3.1.2 e-Learning มีการเก็บข้อมูลและมีการแปลผลเป็นสารสนเทศต่างๆ ในฐานข้อมูล
อย่างเป็นระบบ สามารถแสดงผลทั้งในรูปตาราง กราฟ สถิติ ฯลฯ และแสดงผลเมื่อต้องการตลอดเวลา ทำให้
ครูไม่ต้องเสียเวลารวบรวมและจัดเก็บข้อมูล
3.1.3 เนื้อหาสาระการเรียนรู้สามารถแสดงผลได้ตลอดเวลาเท่าที่ผู้เรียนต้องการครู
จึงไม่จำเป็นต้องนำเสนอเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำอีกดังเช่นการสอนในห้องเรียนจริง
3.1.4 หากสถานศึกษาใดขาดแคลนผู้ชำนาญการด้านหนึ่งด้านใด ก็สามารถบริหารจัดการ
ใช้ผู้เชี่ยวชาญจากสถานศึกษาอื่น ๆ โดยผู้เชี่ยวชาญไม่จำเป็นต้องเดินทาง และไม่เพิ่มภาระต่อผู้เชี่ยวชาญ
มากนัก
3.2 การเรียนในระบบ e-Learning ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล เนื่องจากเป็น
บทเรียนที่ผู้เรียนสามารถเลือกเรียนได้ตามความถนัด ตามความต้องการ เรียนเร็วหรือช้าตามที่ตนเอง
ต้องการ ผู้เรียนสามารถทบทวนบทเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีกได้ ซึ่งจะส่งผลได้ผู้เรียนสามารถใช้ศักยภาพของตนเอง
ได้มากที่สุด
3.3 การเรียนในระบบ e-Learning ผู้สอนและผู้เรียนสามารถติดต่อกันได้โดยใช้เครื่องมือ
สื่อสารในระบบ e-Learning เอง ซึ่งได้แก่กระดานสนทนา (Web board) ห้องสนทนา (Chat room) หรือ
โดย องอาจ ชาญเชาว์ สพท.กทม.2
8
อาจเป็นทาง e-mail นอกจากนี้ในโปรแกรม e-Learning เอง ยังมีส่วนติดตามผลการเรียนแสดงเป็นข้อมูล
และสถิติอย่างละเอียดโดยอัตโนมัติ เช่น จำนวนเวลาที่เข้าเรียน เข้าเรียนในเนื้อหาสาระใด ผลการทดสอบ
แบบทดสอบต่าง ๆ การใช้กระดานถาม- ตอบ การส่งการบ้าน ฯลฯ ทำให้ผู้สอนสามารถติดตามผลการเรียน
ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไม่เพิ่มภาระงานแก่ผู้สอน
3.4 การเรียนในระบบ e-Learning ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ไม่จำกัดเวลา (Anytime) ดังนั้น
จึงเป็นการเปิดโอกาสให้คนในวัยทำงานสามารถใช้เวลานอกเวลาทำงานไปศึกษาหาความรู้ และพัฒนาตนเองได้
โดยไม่ทำให้โอกาสของการทำงานหลุดหายไป
3.5 การเรียนในระบบ e-Learning ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ไม่จำกัดสถานที่ (Anywhere)
ทำให้การเรียนรู้ไม่มีข้อจำกัดที่จะต้องให้ผู้เรียนต้องเดินทางไปเรียน ณ สถานศึกษาซึ่งอยู่ห่างไกล ผู้เรียนจึง
ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง และค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปศึกษาเล่าเรียน จึงเป็นไปได้ว่า ผู้เรียนในเมืองไทย
สามารถลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยของต่างประเทศ โดยไม่ต้องเดินทางไปเรียน
3.6 การเรียนในระบบ e-Learning จะประหยัดงบประมาณในภาพรวม นั่นคือสถานศึกษา
อาจไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก ๆ อาจไม่จำเป็นต้องสร้างอาคารเรียนใหญ่ ๆ ทำให้ประหยัดงบประมาณในการ
จัดการศึกษาได้เป็นอย่างมาก
อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนรู้แบบ e-Learning ผู้เรียนกับผู้สอนอยู่ห่างกัน อาจมีผลเสียในด้าน
การสอดแทรกคุณธรรมจริยธรรมแก่ผู้เรียน และการที่ผู้สอนกับผู้เรียนไม่ได้พบกันในสถานการณ์จริงการควบคุม
ดูแลผู้เรียน โดยเฉพาะในวัยเด็กที่ผู้เรียนยังขาดความรับผิดชอบ จำเป็นต้องอาศัยครูคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ดังนั้น ผู้สอนควรระมัดระวังในข้อจำกัดของ e- Learning เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อบางด้านของ
ผู้เรียน
4. องค์ประกอบของ e-Learning
e-Learning มีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ
4.1 เนื้อหาบทเรียน (Content) เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเรียนการสอน เป็นส่วนนำเสนอ
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ซึ่งเกิดจากการศึกษาค้นคว้า รวบรวมจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ นำมาประยุกต์
ดัดแปลงให้ทันสมัย โดยการออกแบบบทเรียนให้ผู้เรียนได้ศึกษา คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์และสรุปองค์
ความรู้ได้ด้วยตนเอง เชื่อมโยงความรู้จากง่ายไปยาก
4.2 ระบบบริหารการเรียน (Learning Management System : LMS) e-Learning เป็น
ระบบการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษาได้เรียนรู้ด้วยตนเอง ดังนั้นระบบบริหารการเรียนจึงเป็นศูนย์กลางทำ
หน้าที่กำหนดลำดับของเนื้อหาในบทเรียน นำส่งบทเรียนผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไปยังผู้เรียน
รวมทั้งประเมินผลความสำเร็จของบทเรียน ควบคุม และสนับสนุนการให้บริการทั้งหมดแก่ผู้เรียน LMS
จึงถือว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของ e-Learning เพราะจะทำหน้าที่ตั้งแต่ผู้เรียนเริ่มเข้ามาเรียน โดยจัดเตรียม
หลักสูตรและบทเรียนทั้งหมดเอาไว้ให้พร้อมที่จะให้ผู้เรียนได้เข้ามาเรียน เมื่อผู้เรียนได้เริ่มต้นบทเรียนแล้ว
ระบบจะเริ่มทำงานโดยส่งบทเรียนตามคำขอของผู้เรียนผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต
โดย องอาจ ชาญเชาว์ สพท.กทม.2
9
หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์อื่น ๆ ) ไปแสดงที่ Web Browser ของผู้เรียน จากนั้นระบบก็จะติดตามและบันทึก
ความก้าวหน้า รวมทั้งสร้างรายงานกิจกรรมและผลการเรียนของผู้เรียนทุกหน่วยการเรียน อย่างละเอียด
จนกระทั่งจบหลักสูตร
4.3 การติดต่อสื่อสาร (Communication) การเรียนทางไกลโดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นการเรียน
ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าชั้นเรียนตามปกติ ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้จากสื่อการสอนประเภทสิ่งพิมพ์
วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และสื่ออื่นๆ การเรียนแบบ e-Learning นับได้ว่าเป็นการเรียนทางไกลแบบหนึ่ง
แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ e-Learning มีความโดดเด่นและแตกต่างไปจากการเรียนโดยทั่วไปคือ การนำรูปแบบ
การสื่อสารแบบ 2 ทาง มาใช้ประกอบในการเรียนเพื่อเพิ่มความน่าสนใจและความตื่นตัวของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียน
ให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้ติดต่อ สอบถาม ปรึกษาหารือ และแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นระหว่างตัวผู้เรียนกับครูและระหว่างผู้เรียนกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนอื่น ๆ โดยเครื่องมือติดต่อสื่อสาร
อาจแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
4.3.1 ประเภท real-time (เวลาเดียวกัน) ได้แก่ ห้องสนทนา (Chat Room) โดยข้อมูลที่
ส่งอาจเป็นข้อความ เสียง ภาพ ได้ตามความพร้อมและความเหมาะสม
4.3.2 ประเภท non real-time (เวลาเดียวกัน หรือต่างเวลากันก็ได้) เช่น กระดานสนทนา
(Web board) และ e-Mail
4.4 การวัดผลการเรียน (Evaluation) เป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะทำให้การเรียนแบบ
e-Learning เป็นการเรียนที่สมบูรณ์ กล่าวคือ ในบางวิชาจำเป็นต้องวัดความรู้ก่อนสมัครเข้าเรียน เพื่อให้
ผู้เรียนได้เลือกเรียนในบทเรียนหรือหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนนั้น ๆ มากที่สุด ซึ่งจะทำให้การเรียนที่เกิดขึ้น
เป็นการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเข้าเรียนแต่ละบทเรียนก็จะมีการสอบย่อยท้ายบท และการสอบใหญ่
ก่อนที่จะจบหลักสูตร ระบบบริหารการเรียนจะเรียกข้อสอบที่จะใช้มาจากระบบบริหารคลังข้อสอบ (Test
Bank System) ซึ่งจะเป็นส่วนย่อยที่รวมอยู่ในระบบบริหารการเรียนรู้ (LMS) นั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น